เเผนธุรกิจเพื่อขอกู้ธนาคาร


“แผนธุรกิจ (Business Plan)”

“แผนธุรกิจ” เป็นยุทธศาสตร์หรือเครื่องมือที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ

เนื่องจากแผนธุรกิจประกอบด้วยวิสัยทัศน์ (Vision) ภารกิจ (Mission) วัตถุประสงค์ (Objective) เป้าหมาย (Goal) และแผนการดำเนินงาน อันรวมถึงแผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด และแผนการเงิน เพื่อนำพากิจการให้ประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้


แผนธุรกิจที่ดีจึงต้องมีเนื้อหาที่ตรงประเด็นกับความต้องการของกิจการ กระชับได้ใจความ เข้าใจง่าย เพื่อให้พนักงานในกิจการ หรือบุคคลภายนอกเข้าใจได้อย่างชัดเจน ถึงวัตถุประสงค์ที่กิจการต้องการที่จะประสบผลสำเร็จในอนาคต โดยในการจัดทำแผนธุรกิจจะทำให้ผู้ประกอบการได้ค้นพบกับโอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threat) จุดเด่น (Strength) จุดด้อย (Weakness) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะวางกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ดังนั้น แผนธุรกิจจึงเปรียบเสมือนเข็มทิศหรือแผนที่นำทางให้กิจการมุ่งสู่จุดหมายหรือเป้าหมายได้สำเร็จ

“แผนธุรกิจกับการขอสินเชื่อธนาคาร”

ปัจจุบันธนาคารต่างๆ ให้ความสำคัญกับแผนธุรกิจของผู้ประกอบการหรือผู้ขอกู้ ทั้งนี้เป็นเพราะธนาคารจะนำไปใช้เพื่อพิจารณาโครงการที่จะขอสินเชื่อกับธนาคารว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เหมาะสมหรือไม่ และธนาคารสามารถสนับสนุนสินเชื่อได้หรือไม่ เป็นประเภทสินเชื่อใด และเป็นวงเงินสินเชื่อเท่าไร พร้อมทั้งพิจารณาด้วยว่าโครงการสามารถชำระหนี้คืนธนาคารได้เมื่อใด ควรมีเงื่อนไขและแผนการชำระหนี้คืนเป็นอย่างไร มีระยะเวลาเป็นเท่าใด เพื่อให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ ลักษณะการดำเนินงาน และความต้องการใช้เงินทุนที่แท้จริง

 

“ประเด็นที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่อจากแผนธุรกิจ”
  1. ความเป็นไปได้ของโครงการ ธนาคารจะพิจารณาว่า โครงการที่จะลงทุนนั้นสามารถจะประสบผลสำเร็จหรือบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้หรือไม่ สามารถทำได้จริงในสถานการณ์ปัจจุบันหรือในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ อย่างไร โดยต้องมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนและเหมาะสมรองรับไว้หรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการตลาด จะพิจารณาด้วยว่า ตลาดมีปริมาณความต้องการหรือขนาดตลาด (Market Size) สามารถรองรับได้มากน้อยเพียงใด มีสภาพการแข่งขันรุนแรงเพียงใด อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของกิจการ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องต่อความสามารถในการชำระหนี้คืนธนาคาร (Capacity) ของผู้ประกอบการ
  2. มูลค่าการลงทุนทั้งหมด ธนาคารจะพิจารณาว่า มูลค่าการลงทุนดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ กับประเภทธุรกิจและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ โดยพิจารณาจากขนาดของกิจการในปัจจุบันและที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นอนาคต พร้อมทั้งพิจารณาเงินทุน (Capital) ของเจ้าของกิจการ หรือสัดส่วนการลงทุนระหว่างผู้ประกอบการและธนาคาร
  3. มีความยืดหยุ่นหรือจัดทำแผนสำรอง หากมีสภาพแวดล้อม (Condition) หรือปัจจัยภายนอกทั้งที่ดีและไม่ดีที่นอกเหนือการควบคุมของผู้ประกอบการเข้ามากระทบ กิจการจะมีความสามารถในการปรับตัวอย่างไรต่อปัจจัยดังกล่าว และจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของกิจการว่ามีความสามารถชำระหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่ อย่างไร


โดยในแผนธุรกิจ ผู้ประกอบการควรจัดทำแบบจำลองเหตุการณ์ทางการเงิน (Scenario) ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case) ไว้ด้วย เพื่อพิจารณาว่า หากกิจการต้องประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว จะมียอดขายเป็นอย่างไร กิจการจะยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่

ขั้นตอนการขอสินเชื่อ

1

ปรึกษาแนะนำ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้

2

กรอกแบบขอยื่นกู้และแผนธุระกิจ

3

เช็คเครดิตบูโร / พร้อมเยี่ยมชมกิจการ

4

ดำเนินการประเมินราคาหลักประกัน

5

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

6

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อและรับราคาหลักประกัน

7

รอผลการพิจารณาอณุมัติสินเชื่อ

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลด เอกสารประกอบเพื่อขอยื่นใช้สินเชื่อ