10 สิ่งที่ไม่ควรทําในการเริ่มต้นทําธุรกิจ
20 ธ.ค. 2560

วรวุฒ เกิดประวัติ

 

การมีธุรกิจเป็นของตนเองคงเป็นความฝันของใคร หลายๆ คนครับเพราะว่าคงไม่มีใครอยากเป็นมนุษย์เงินเดือนทํางานให้คนอื่นตลอดชีวิต แต่การจะมีธุรกิจสักหนึ่งอย่างนั้น การเริ่มต้นถือเป็นเรื่องยากที่สุด เพราะว่ามีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน มีเป้าหมายชัดเจน มีการวางแผน และศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นต้น คงไม่มีใครที่ทําแล้วอยากให้ธุรกิจล้มเหลว แต่ในบางครั้งปัญหาหรือ อุปสรรคต่างๆ ก็มักจะมาโดยที่ตั้งตัวรับแทบไม่ทันกันเลยทีเดียวนั้นเพราะว่าสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาต้องมีการวางแผนเตรียมการรับมือเอาไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นสิ่ง ที่เราอยากเริ่มต้นทําสักครั้งในชีวิต เพราะการมีธุรกิจเป็นของตนเองนั้น สามารถมีอิสระในการเลือกองค์ประกอบของธุรกจิให้ เป็นไปตามแนวคิดของตนเองได้ แต่การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะต้องมีในเรื่องงบประมาณการลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเราควรมีวิธีดําเนินการที่ถูกต้อง และรอบคอบ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงนั้น ความเสี่ยงมีอยู่รอบๆ ตัวทุกวันคนที่เตรียมตัวพร้อมกว่าก็จะได้เปรียบ เพราะอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือ คู่แข่งทางธุรกิจ และปัญหา ต่างๆ ทั้งเรื่องเล็กน้อยและเรื่องใหญ่ บางทีการเรียนรู้ของ หลายๆ คนมักเลือกเรียนรู้จากความสําเร็จของนักธุรกิจที่ ประสบความสําเร็จว่าควรกระทําเช่นไรบ้างเพื่อให้ธุรกิจ เจริญรุ่งเรืองจนในบางครั้งลืมมองด้านตรงกันข้ามที่ว่า ไม่ควรทําอย่างไรบ้างในการเริ่มต้นทําธุรกิจ เพราะการหลีกเลี่ยงที่จะทําในสิ่งที่เป็นปัจจัยทําให้ธุรกิจมีปัญหานั้นต้องเริ่มต้นจากผู้จะ เข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ต้องรู้และเข้าใจว่าในบางเรื่องควรหลีกเลี่ยง หรือควรปรับปรุงไปในทิศทางใด เพื่อให้ธุรกิจของคุณนั้นดําเนินอยู่ได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

แนวทางต่อไปนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สามารถทําให้ตัวเจ้าของที่คิดจะเริ่มต้นทําธุรกิจนั้นได้มี
โอกาสพิจารณาว่าคุณกําลังอยู่ในสภาวะที่ไม่ควรทําในการ เริ่มต้นทําธุรกิจ” หรือไม่ 10 สิ่งที่ไม่ควรทําในการเริ่มต้นทํา ธุรกิจ

1. ไม่กลัวและกังวลว่าธุรกิจที่จะทํานั้นจะล้มเหลว ความกลัวเป็นอุปสรรคใหญ่สําหรับการเริ่ม ไม่ว่าจะเริ่มทําสิ่งใดก็ตาม จึงทําให้ไม่กล้าที่จะเรียนรู้หรือออกนอกกรอบที่คิดว่าควรจะทํา ในเมื่อรู้แล้วว่าเรากําลังกลัวอะไร บางทีความกลัวที่ว่านี้อาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงได้กับเราในอนาคตแทนที่เรา จะวิตกกังวลและคิดว่ายังไงเหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ลองเปลี่ยนเป็นการเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นดีกว่า เพราะยิ่งเรามั่นใจแค่ไหนว่าข้อผิดพลาดที่เรากลัวนั้นจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ยิ่งต้องหาวิธีป้องกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น ซึ้งวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้แล้วยังช่วยให้เรามีมั่นใจมากขึ้นในการทําธุรกิจ และเปลี่ยนมุมมองที่มีแต่ความกลัวมาเป็นการมองโลกในแง่บวก เพื่อเริ่มต้นธุรกิจที่เรารักได้ อย่างสวยงาม

2.ไม่มีการวางแผน ธุรกิจที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าที่ดีย่อมเหมือนเรือที่ล่องไปในทะเลที่ไร้ทิศทางเพราะขาดเข็มทิศนําทางการวางแผนเป็นเรื่องที่สําคัญมากสําหรับการเริ่มต้นทําธุรกิจ เพราะจะทําให้คุณได้รู้ถึงสภาพความเป็นไปในอนาคตได้ดีกว่า และวางแนวทางได้ถูกต้อง ธุรกิจจะมีคุณภาพกว่าการทําโดยไม่มีแผนการและไม่มีจุดมุ่งหมาย นอกจากนี้ควรมีแผนสํารองไว้สําหรับรับมือกับปัญหาต่างๆ ด้วยก็จะทําให้ธุรกิจของคุณดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคง

3. อย่ามั่นใจในตัวเองมากจนเกินไป แน่นอนอยู่แล้ว ว่าเราควรมีความมันใจในการเลือกทําธุรกิจ แต่ว่าไม่ควรมั่นใจ ในตัวเองมากจนเกินไปจนทําให้ลืมมองสิ่งเล็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของปัญหาใหญ่ในอนาคต บางครั้งการต้องสํารวจ ระบบการทํางานบ้างก็อาจจําเป็น เพราะนอกจากเป็นการจัด ระเบียบแนวคิดและแนวทางการทํางานใหม่ให้เป็นระบบแล้ว ยังเป็นการค้นหาต้นตอปัญหาและวางแผนป้องกันแก้ไขอีกด้วย สิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดเหมาะสมที่สุดแล้วนั่นในมุมมองของบาง คนอาจจะเห็นว่ามีบางส่วนที่ไม่เหมาะสม ควรแก้ไข ซึ่งมีความ จําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนรวมงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกจ้างก็ตาม เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งในการบริหารงาน เราอาจไม่ได้เข้าถึงทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะใน ระดับการผลิตพนักงานระดับล่าง ารรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายจึงเป็นเกราะป้องกันให้กับธุรกิจของคุณเป็นอย่างดีดังสุภาษิตที่ว่า "สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ก็พลั้งได้" เช่นกัน

4.ไม่ควรไว้ใจคนมากจนเกินไปเพราะสนิทกัน อาจกลายเป็นพังเพราะไว้ใจกันมากจนเกินไป ทําให้ลืมเรื่อง กฎระเบียบต่างๆ ในการดําเนินงาน ซึ่งทําให้ธุรกิจล้มเหลวมา นักต่อนักแล้ว โดยเฉพาะ ทําธุรกิจร่วมกับเพื่อนสนิท เครือ ญาติ คู่รัก เป็นต้น จนบางกรณีไม่ล้มเหลวเฉพาะเรื่องธุรกิจ ความสัมพันธ์ที่เคยดีก็ขาดสะบั้นตามไปด้วย กลายเป็นความ เกลียดชัง เคียดแค้นเข้ามาแทนที่ บางครั้งลุกลามใหญ่โตถึงขั้น ทะเลาะวิวาท หรือหมายเอาชีวิตกันเลยก็มี เพราะในเรื่องของ ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใครที่ว่าสนิทกันมากๆ แล้วนั้นคุณยัง ไม่เคยตกในสถานการณ์ที่ลําบากย่ำแย่จึงอาจยังไม่สามารถรู้ จิตใจของใครได้ดี ดังนั้นความไว้เนื้อเชื่อใจกันในการทําธุรกิจ ควรมีขีดจํากัดการดําเนินการใดๆ ต้องยึดตามหลักการ แผนการทางธุรกิจที่วางไว้ดีที่สุด ความไว้ใจควรมี แต่ไม่ควรมี มากจนเกินไปจนลืมดําเนินตามแผนที่วางไว้ มิเช่นนั้นคุณอาจ ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง จนในที่สุดก็ล้มเหลว

5. ไม่คิดกําจัดคู่แข่งในทางธุรกิจ การกําจัดกับการ แข่งขันไม่เหมือนกันนะครับ เพราะว่าในทางธุรกิจนั้นต้องมีการ แข่งขันอย่างแน่นอนอยู่แล้วเป็นธรรมดา แต่ว่าการกําจัดคือ การทําให้พ้นทางของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทํา เพราะยิ่งทําให้เป็นผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาวในแง่ของความ ขัดแย้งกับผู้ร่วมงานของคุณต้องถกกันด้วยเหตุผลและให้เห็น ประโยชน์ของธุรกิจเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่การทําเพื่อเอาชนะผู้ร่วมงาน ของคุณอย่างเดียว และสําหรับคู่แข่งทางธุรกิจคุณควรเลือก แข่งกันด้วย จุดเด่น หรือคุณภาพของสินค้าและบริการไม่ใช่การทําทุกวิถีทางให้คู่แข่งออกจากตลาดไป เช่นการตัดราคา การใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่ง เพราะที่สุดแล้ว ธุรกิจของคุณอาจโดน กระทําในอย่างเดียวกันบ้าง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงจะไม่มีการพัฒนาให้ดีขึ้นได้ มีแต่จะถดถอยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีคู่แข่ง รายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกในตลาด

6. ไม่หนีปัญหา เป็นความคิดที่คุณจะไม่มีทางทํา ธุรกิจได้สําเร็จ เพราะว่าการหนีปัญหาคือการเตรียมพร้อมเพื่อ ล้มเหลวต้องใช้สติที่ว่ามีปัญหาต้องเผชิญและต้องเผชิญกับมัน ด้วยสติ ในการทําธุรกิจนั้นคุณไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องเจอ กับปัญหาต่างๆ มากมายควรคิดหาวิธีแก้ไขอย่างรอบคอบแก้ ให้ตรงจุด ยกตัวอย่างเช่น การขาดสภาพคล่องทางการเงินไม่ควรรีบร้อนกู้เงินจากแหล่งเงินทุนควรแก้จากตัวคุณเองและในระบบการทํางานก่อนการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากจนเกินไปหรือไม่ ลดต้นทุนที่ไม่จําเป็น ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามีระบบ บัญชีที่ชัดเจนเหล่านี้เป็นต้น เพราะปัญหาทุกอย่างย่อมมี แนวทางในการแก้ไขเสมอ มีทางออกเสมอ คุณควรใช้สติมากกว่าการยอมเดินออกมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วปัญหาจะทําให้คุณและธุรกิจของคุณเข้มแข็ง

7. อย่าทําให้ตัวเองเป็นคนล้าหลังยึดติดแต่ความรู้ เดิมๆ ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เนื่องจากทุกวันนี้คุณต้องตามโลกและเทคโนโลยีให้ทันอย่าทําตัวเป็นคนยึดติดกับความรู้เดิมว่าดีที่สุดอยู่แล้วต้องยอมเปลี่ยนแปลงในบางเรื่องแต่ไม่ได้หมายความว่าทําตามในทุกๆ เรื่องควรรู้จักเลือกและนํามาปรับใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับธุรกิจของคุณเอง

8. ไม่ทําตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ที่ทุกคนต้องหมุนตามตัวคุณเองในทุกๆ เรื่อง ใครทําอะไรที่ขัดหรือ แย้งกับความคิดไม่ได้ประเภทว่าฉันไม่ผิดฉันถูกเสมอ ไม่มีทางพัฒนาได้อย่างเด็ดขาด เพราะต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราควรอยู่บนหลักของเหตุผลหัดเป็นคนยอมรับผิดและกล่าวคําขอโทษให้เป็น ซึ่งจะทําให้คุณกลายเป็นคนที่น่านับถือและจะมีหนทาง แก้ไขที่ดีตามมา

9. ไม่ให้ปริมาณ อยู่เหนือคุณภาพ ทั้งตัวคุณเอง และความคิดของลกูค้า เพราะไม่ใช่การเห็นสินค้าและบริการที่มีปริมาณมากไว้ก่อนดีกว่าการมองความมีคุณภาพของสินค้า และบริการ เพราะคุณภาพต่างหากที่สามารถทําให้ธุรกิจของ คุณยั่งยืนได้หากมีแต่ปริมาณมากๆ แต่ไร้ซึ่งคุณภาพที่ดีจะได้ผลเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น ดูตัวอย่างจากกระเป๋าแบรนด์เนมบางยี่ห้อพวกเขาไม่ได้เน้นที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียวราคาแสนแพงแต่ทําไมคนยังเลือกซื้อมากกว่าของเลียนแบบจึงเป็นที่มาหนึ่งของความยั่งยืนของธุรกิจ

10. ไม่ช้า ไม่สาย ไม่มีข้ออ้าง เจ้าของธุรกิจต้องลบ ข้ออ้างมากมายของชีวิตให้ได้ต้องตรงต่อเวลาเสมอ สินค้าและบริการต้องถึงลูกค้าในเวลาที่กําหนดหรือก่อนกําหนดจึงจะเรียกว่ามืออาชีพในการทําธุรกิจ หากคุณมีสารพัดข้ออ้างที่น่าจะมองว่าเป็นข้อแก้ตัวนั้นคุณก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจและ กลุ่มลูกค้าก็จะเอือมระอาและเลิกซื้อสินค้าและบริการของธุรกิจของคุณในที่สุด

เมื่อคุณไม่ทํา อย่างน้อย 10 สิ่งดังกล่าวนี้ คุณก็จะกลายเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีกิจการที่มั่นคงอยู่ได้ในวงการธุรกิจอย่าสง่างามไม่ว่าจะธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เพราะการสร้างธุรกิจนั้นใครๆ ก็สามารถคิดและสร้างขึ้นมาได้ทั้งนั้นแต่ว่า การทําให้ธุรกิจดํารงอยู่ได้ต่างหากที่สําคัญกว่าเพราะว่าความสําเร็จของธุรกิจคือการตั้งอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากกลุ่มลูกค้าได้นานที่สุด เพราะผลกําไรจากธุรกิจนั้นก็มาจากลูกค้าของคุณนั้นเองนอกจากเม็ด

เงินแล้วการได้รับการยอมรับถือเป็นสิ่งที่นักธุรกิจปรารถนา ดังนั้นคุณจึงควรทําในทางที่คู่ควรกับการยอมรับนับถือและเชื่อ ใจก่อนเป็นอันดับแรกแล้วความสําเร็จต่างก็จะตามมาเอง นอกจากตัวคุณเองแล้วควรมองถึงคนหรือสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวคุณอีกด้วยเพราะนั้นคือ ปัจจัยในการริเริ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน สังคม สภาพแวดล้อมภาวะทางเศรษฐกิจ นขณะนั้น เป็นต้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นหนึ่งปัจจัยที่สําคัญก่อนที่ธุรกิจหนึ่งควรจะมีขึ้นมาและคงอยู่