สินเชื่อทั่วไป

หลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ 

กิจการที่อยู่ในข่ายให้บริการ
ธพว. ให้การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภาคเอกชน โดยกำหนดกิจการที่ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือตามจำนวนที่กำหนดโดยกฎกระทรวง โดยให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมและธุรกิจ SMEs ดังต่อไปนี้

  • กิจการอุตสาหกรรม
  • กิจการค้าปลีก ค้าส่ง
  • กิจการการบริการ
  • กิจการอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการนิคม / เขต / สวนอุตสาหกรรม หรือนิคม / เขต / สวน SMEs ตามหลักเกณฑ์ของการนิคม
    อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ธพว. กำหนด       

วัตถุประสงค์ 
เพื่อช่วยเหลือในการจัดตั้ง การขยาย และการปรับปรุงกิจการ และยกระดับมาตรฐานการจัดการของกิจการ โดยการให้กู้ยืมเงินเพื่อใช้ลงทุนในกิจการ ดังนี้

  • ซื้อที่ดิน / พัฒนา
  • การก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้าง
  • ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • ซื้อยานพาหนะ
  • ติดตั้งระบบสาธารณูปโภค และระบบควบคุมกำจัดมลพิษ
  • เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นและระยะยาว
  • ชำระหนี้
  • ค่าใช้จ่ายอื่นในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการ
  • ปรับปรุงมาตรการผลิตให้ได้ GMP, HACCP
  • การลงทุนอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ธพว. เห็นชอบ     

วงเงินให้กู้

  • วงเงินให้กู้ขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท หรือไม่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศ

ประเภทสินเชื่อ

เงินกู้ระยะยาวระยะเวลาให้กู้ไม่เกิน 15 ปี มีระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 3 ปี

การชำระหนี้คืน
ชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน ในระหว่างปลอดชำระคืนเงินต้น
เมื่อพ้นระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น ให้ชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือน หรือตามความเหมาะสมของรายได้ของกิจการ

เงินกู้ระยะสั้นในรูปตั๋วสัญญาใช้เงิน (PROMISSORY NOTE)
ประเภทของตั๋วสัญญาใช้เงิน

  • เมื่อทวงถาม
  • กำหนดระยะเวลาแต่ละฉบับไม่เกิน 6 เดือน ระยะเวลาให้กู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี โดยพิจารณาทบทวนวงเงินทุกปี การชำระดอกเบี้ย เงินต้นและการต่อตั๋วสัญญาใช้เงิน
  • ชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนตามวันที่ตกลงกันไว้ และ/หรือวันที่ตั๋วครบกำหนด
  • ชำระเงินต้นเมื่อตั๋วครบกำหนด หรือเมื่อทวงถาม

การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในกิจการ

  • กิจการที่ขอกู้ต้องมีการลงทุนของผู้ประกอบการขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 20% ของการลงทุนในโครงการ

หลักประกัน

  • สินเชื่อทุกประเภทต้องมีหลักประกันเพียงพอตามเกณฑ์ที่ ธพว. กำหนด ยกเว้นกรณีที่คณะกรรมการสินเชื่อ คณะกรรมการบริหาร หรือคณะกรรมการ ธพว. มีมติเห็นชอบให้มีการผ่อนปรน โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาหลักประกัน ดังนี้
ประเภทของหลักประกัน คิดเป็นหลักประกันได้
1.ที่ดิน
  • มีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองชัดเจน
  • มีทางเข้า – ออก ถูกต้องตามกฎหมาย
 
1.1 กรณีเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่โครงการของลูกค้า  ไม่เกิน 90%
1.2 กรณีตั้งอยู่นอกโครงการของลูกค้า ไม่เกิน 80%
2. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างประเภทอาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮาส์ มินิแฟคตอรี่ โฮมออฟฟิต  
2.1 กรณีเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่โครงการของลูกค้า ไม่เกิน 80%
2.2 กรณีตั้งอยู่นอกโครงการของลูกค้า ไม่เกิน 70%
3. สิ่งปลูกสร้างที่เป็นอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ที่มีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด  
3.1 กรณีเป็นที่ตั้งโครงการของลูกค้า ไม่เกิน 80%
3.2 กรณีตั้งอยู่นอกโครงการของลูกค้า ไม่เกิน 70%
4. สิ่งปลูกสร้างอื่นนอกเหนือจากข้อ 3  

4.1 สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน

  • กรณีเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่โครงการของลูกค้า
  • กรณีตั้งอยู่นอกโครงการของลูกค้า 
ไม่เกิน 70%

4.2 สิ่งปลูกสร้างที่ประเมินราคาจากการถอดแบบแปลนตามพิมพ์เขียว ให้คิดเฉพาะสิ่งปลูกสร้างตามโครงการที่ขอสินเชื่อ

ไม่เกิน 60%

4.3 สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเช่า คิดเป็นหลักประกันแต่เฉพาะสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเช่าที่มีสัญญาเช่าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และระยะเวลาการเช่าครอบคลุมระยะเวลาการให้สินเชื่อ มีการจดทะเบียนสัญญาเช่าที่ดินกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และมีเงื่อนไขการเช่าช่วงสวมสิทธิการเช่าแทนได้ ให้คิดเฉพาะสิ่งปลูกสร้างในโครงการของลูกค้าโดยคิด

ไม่เกิน 60%

5. เครื่องจักรและอุปกรณ์ คิดเป็นหลักประกันเฉพาะกรณีที่ได้จดทะเบียนกับหน่วยงานราชการถูกต้องครบถ้วน โดยแยกตามเกณฑ์

 

5.1 เครื่องจักรใหม่

ไม่เกิน 60%

5.2 เครื่องจักรเก่า ให้แยกตามอายุของเครื่องจักร

  • อายุระหว่าง 1 -3 ปี
  • อายุระหว่าง 4 - 5 ปี
  • อายุเกินกว่า 5 ปี

 

ไม่เกิน 50% 
ไม่เกิน 40% 
ไม่เกิน 30%

6. ยานพาหนะ เรือ แพ เฉพาะที่ใช้ประกอบกิจการของผู้กู้ และมีการจดทะเบียนกับหน่วยราชการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย

 

6.1 กรณียานพาหนะใหม่

ไม่เกิน 60%

6.2 กรณียานพาหนะเก่า ให้แยกตามอายุของยานพาหนะ ดังนี้

  • ยานพาหนะที่มีอายุระหว่าง 1 - 3 ปี
  • ยานพาหนะที่มีอายุระหว่าง 4 - 5 ปี
  • ยานพาหนะที่มีอายุเกิน 5 ปี

 

ไม่เกิน 50%
ไม่เกิน 40%
ไม่เกิน 30%

7. หนังสือค้ำประกันของ บสย.

ไม่เกิน 100 %

8. การรับโอนสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นหลักประกันเฉพาะที่เป็นที่ใช้ในการดำเนินโครงการของผู้กู้ และสัญญาเช่าให้นำมาเป็นประกันสินเชื่อได้ สามารถโอนสิทธิและให้เช่าชวงได้ และมีการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตามกฎหมาย โดยแยกหลักเกณฑ์สัดส่วนการคิดราคาประเมินเป็นหลักประกันสินเชื่อ ดังนี้

 

8.1 กรณีเป็นการโอนสิทธิการเช่าบนที่ดินของหน่วยราชการ เช่น ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์
ยกเว้น ของสำนักทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ (ไม่รับ) 

ไม่เกิน 50%

8.2 กรณีเป็นการโอนสิทธิการเช่าบนที่ดินของเอกชน

ไม่เกิน 30%

9. การรับจำนำใบประทวนสินค้า และ/หรือสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง คิดเป็นหลักประกันให้เฉพาะสินค้าที่อยู่ในการประกอบกิจการของผู้กู้ ให้คิดเป็นหลักประกันได้

ไม่เกิน 30%

10. การรับโอนสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้าที่ใช้ประกอบกิจการของผู้กู้ ให้คิดเป็นหลักประกันได้

ไม่เกิน 30%

11. การรับจำนำพันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ

 

11.1 กรณีโอนสิทธิการรับดอกเบี้ยบนตราสารนั้นให้ธนาคารด้วย

ไม่เกิน 100%

11.2 กรณีไม่ได้โอนสิทธิการรับดอกเบี้ยบนตราสารนั้นให้ธนาคาร

ไม่เกิน 80%

12. ตราสารหนี้ของเอกชน คิดเป็นหลักประกันให้เฉพาะตราสารหนี้ที่ออกโดย บริษัทจดทะเบียนในชมรมผู้ค้าตราสารหนี้ (Thai Bond Dealer Club) และมีการจัดระดับการลงทุนไม่ต่ำกว่า BBB

 

12.1 กรณีที่ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดลำดับตั้งแต่ A ขึ้นไปให้คิดเป็นหลักประกัน

ไม่เกิน 60%

12.2 กรณีที่ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดลำดับ BBB ให้คิดเป็นหลักประกัน

ไม่เกิน 50%

13.การรับโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินจากลูกหนี้แห่งสิทธิ ที่เป็นการประกอบการของผู้กู้

 

13.1 กรณีลูกหนี้แห่งสิทธิเป็นหน่วยราชการ และมีการแจ้งการโอนสิทธิโดยชอบและสมบูรณ์

ไม่เกิน 80%

13.2 กรณีลูกหนี้แห่งสิทธิเป็นเอกชน

ไม่เกิน 70%

14. การรับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินจากสมุดเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วแลกเงิน

ไม่เกิน 90%

หลักเกณฑ์พิจารณาอื่น ๆ

  • โครงการมีความเป็นไปได้และมีรายได้เพียงพอชำระหนี้ทั้งระบบ
  • ไม่เป็น NPL ของสถาบันการเงินอื่น (ยินดีรับพิจารณากิจการที่เป็น NPL แต่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว)
  • มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างน้อย 50% ของวงเงินกู้ (ที่เหลือใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย.)
  • มีส่วนร่วมทุนไม่ต่ำกว่า 20% ของเงินลงทุนทั้งหมด

ค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ย

  • อัตราดอกเบี้ยตามนโยบาย เรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธพว. ที่กำหนดตามความเหมาะสมต่อไป ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม
    ขั้นต่ำ (MLR)

กรณี ธพว. เป็นผู้ประเมินเอง

  • คิดในอัตรา 0.25% ของวงเงินอนุมัติโดยคิดขั้นต่ำ 3,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท โดยให้ชำระก่อนการเดินทาง หรือ ณ วัน
    เดินทางไปประเมินหลักประกัน ในอัตราขั้นต่ำ 3,000 บาท ก่อน ที่เหลือชำระในวันทำสัญญา
  • กรณีเพิ่มหลักประกัน หรือเปลี่ยนแปลงหลักประกัน และต้องมีการประเมินใหม่ คิดค่าประเมินเพิ่มอีกครั้งละ 3,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะไม่คืนแก่ผู้กู้ ในกรณีที่ไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ หรืออนุมัติเงินกู้แล้ว ผู้กู้ระงับโครงการ

กรณีใช้บริษัทประเมินราคาที่ ธพว.

  • จัดการส่งให้บริษัทประเมินคู่สัญญาหรือที่กำหนดผู้กู้ชำระ ราคาค่าใช้จ่าย ตามที่บริษัทประเมินแจ้งทั้งจำนวน