ธพว.สุดปลื้มคว้า 92.07 คะแนนอยู่ในเกณฑ์ระดับสูงมาก ผลประเมินคุณธรรมความโปร่งใสการดำเนินงานจาก ป.ป.ช.
12 ม.ค. 2561

 

SME Development Bank คว้า 92.07 คะแนนอยู่ในเกณฑ์ระดับสูงสุดและอยู่ลำดับที่ 10 จากรัฐวิสาหกิจทั้งหมด  54แห่ง จากการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ประจำปี 60รวมถึงเพิ่มขึ้นจากปีก่อนได้รับ 89.55 คะแนน ลำดับที่ 13 บ่งบอกมีพัฒนาการด้านคุณธรรมและความโปร่งใสต่อเนื่อง  ชี้เกิดจากผู้บริหารและพนักงานร่วมพลังยึดธรรมาภิบาลขับเคลื่อนองค์กร

 

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Development Bank) เปิดเผยว่า ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำปี2560โดย ธพว. ได้รับคะแนนจัดอยู่ในระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานสูงมาก คือคะแนนร้อยละ 92.07 และอยู่ลำดับที่ 10 จากรัฐวิสาหกิจ 54 แห่งที่ถูกประเมิน โดยคะแนนดังกล่าวถือเป็นลำดับสูงสุดของเกณฑ์การให้คะแนน อีกทั้ง ยังเป็นคะแนนสูงกว่าปี 2559 ที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นปีที่สองที่ธนาคารเข้าร่วมในการประเมินกับสำนักงาน ป.ป.ช. ได้คะแนนอยู่ในระดับคะแนนร้อยละ 89.55 ลำดับที่ 13 บ่งบอกว่า ธพว. มีพัฒนาการในด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางที่ดี มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของธนาคาร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านคุณธรรมและความโปร่งใส โดยตระหนักถึงความสำคัญของระบบธรรมาภิบาล (Corporate Governance: CG) ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมให้ธนาคารเป็นสถาบันการเงินชั้นนำทางด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นเลิศ มีคุณธรรมในการดำเนินงาน มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการในระยะยาว คุ้มครองผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ ธพว. จะนำไปใช้และถือปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดกลไกและระบบการบริหารจัดการที่ดีในธนาคาร อันจะนำไปสู่การเป็นสถาบันการเงินของรัฐปี 2561 หรือเป็นปีที่ 16 ของการก่อตั้งธนาคาร ที่มีความโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อการนำไปสู่การพัฒนา SMEs อย่างยั่งยืนต่อไป 

 

ทั้งนี้ ในปี 2557 ธพว. ได้ลงนามความร่วมมือเรื่องการขับเคลื่อนและป้องกันปราบปรามการทุจริตระหว่าง ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ ดังกล่าว ลักษณะการประเมินแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.แบบสำรวจการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Integrityand Transparency Assessment: EBIT) 2.ข้อมูลบุคลากรภายในหน่วยงาน ตามแบบสำรวจความคิดเห็นภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) 3.ข้อมูลผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้เสียของหน่วยงานตามแบบสำรวจความคิดเห็น (External Integrity andTransparency Assessment: EIT) ซึ่งผลการประเมินสูงมากดังกล่าวสะท้อนให้เห็นลักษณะทางบวกของ ธพว. ว่ามีการดำเนินงานที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส โดยในปี 2561 ธพว. จะดำเนินการยึดมั่นในหลักคุณธรรมและความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง และนำข้อเสนอแนะจากสำนักงาน ป.ป.ช. มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มีระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดีมาก 

 

นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการประเมินที่เพิ่มขึ้น เกิดจากผู้บริหารและพนักงาน ธพว. ได้ประกาศเจตจำนงสุจริต พร้อมแจ้งเรื่องการยึดหลักธรรมาภิบาลให้กับหน่วยงานที่ทำธุรกรรมกับ ธพว. ได้ทราบและยึดถือปฏิบัติโดยทั่วกัน นอกจากนี้ ผู้บริหารและพนักงาน ธพว.ทุกระดับได้ร่วมใจกันตอบแบบรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อเน้นย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดำเนินงานอย่างโปร่งใส และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมหรือการกระทำที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้

 

ทั้งนี้ ธพว. เร่งดำเนินงานตามภารกิจการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา หรือ Development Bank อย่างเต็มตัว เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศ และเป็น SMEs Solution คอยช่วยเหลือ SMEs โดย ธพว. จะร่วมทำงานกับหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพันธมิตรในภาพรวม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้อยู่รอด สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ